โอนหุ้นให้ต่างชาติ

โอนหุ้นให้ต่างชาติ อย่างถูกกฎหมายในประเทศไทย — คู่มือฉบับใช้งานได้จริงโดย Bookkeeping Company

การ โอนหุ้นให้ต่างชาติ หมายถึงการเปลี่ยนแปลงสถานะผู้ถือหุ้นจากบุคคลหรือนิติบุคคลชาวไทยไปเป็นชาวต่างชาติ ซึ่งกระบวนการนี้ไม่ใช่เพียงแค่การเซ็นชื่อเปลี่ยนชื่อในทะเบียนผู้ถือหุ้นเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ เช่น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์, พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542, และกฎหมายภาษีอากร.

ในทางปฏิบัติ การโอนหุ้นให้ต่างชาติมักเกิดขึ้นในกรณีต่อไปนี้:

  • นักลงทุนต่างชาติซื้อกิจการของบริษัทไทยที่มีอยู่เดิม (Share Acquisition)
  • การปรับโครงสร้างกลุ่มบริษัท เช่น การย้ายผู้ถือหุ้นระหว่างบริษัทในเครือ
  • ผู้ถือหุ้นชาวไทยต้องการขายหุ้นให้ผู้ร่วมทุนต่างชาติ
  • การสืบสิทธิจากผู้ถือหุ้นเดิม เช่น กรณีมรดกหรือโอนหุ้นให้ญาติที่เป็นต่างชาติ

ในแต่ละกรณีจะต้องตรวจสอบ “สถานะของบริษัท” อย่างละเอียดว่าหลังโอนหุ้นแล้ว บริษัทนั้นจะยังถือเป็น “บริษัทไทย” หรือจะกลายเป็น “บริษัทต่างด้าว” เพราะสัดส่วนผู้ถือหุ้นต่างชาติหากเกิน 50% บริษัทจะเข้าข่ายต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (Foreign Business License – FBL).

คำถามที่ลูกค้าต่างชาติถามบ่อย

  • ต่างชาติสามารถถือหุ้นในบริษัทไทยได้กี่เปอร์เซ็นต์?
  • ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างในการโอนหุ้น?
  • การโอนหุ้นมีผลกับภาษีอย่างไร และต้องแจ้ง DBD ภายในกี่วัน?
  • หากผู้ถือหุ้นใหม่เป็นชาวต่างชาติ จะมีผลต่อใบอนุญาตประกอบธุรกิจหรือไม่?

1. กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการโอนหุ้นให้ต่างชาติ

การโอนหุ้นต้องเป็นไปตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1129–1134 ซึ่งกำหนดให้การโอนหุ้นสมบูรณ์ต่อเมื่อมีการลงลายมือชื่อผู้โอนและผู้รับโอนในหนังสือโอนหุ้น และบันทึกไว้ในทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัท.

หากผู้รับโอนเป็นชาวต่างชาติ ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมว่า:

  • สัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติไม่เกิน 49% หากไม่ได้รับอนุญาตภายใต้กฎหมายเฉพาะ
  • บริษัทไม่ได้ประกอบธุรกิจในบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
  • หากต้องการถือหุ้นเกิน 49% อาจขอสิทธิจาก โครงการส่งเสริมการลงทุน (BOI)

2. ขั้นตอนการโอนหุ้นให้ต่างชาติ (Share Transfer Process)

  1. ตรวจสอบผู้ถือหุ้นปัจจุบัน — ดูรายชื่อในแบบ บอจ.5 และตรวจสอบว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะกระทบต่อสัดส่วนผู้ถือหุ้นต่างชาติหรือไม่
  2. จัดทำหนังสือโอนหุ้น (Share Transfer Deed) — ลงชื่อโดยผู้โอน ผู้รับโอน และพยานอย่างน้อยหนึ่งคน
  3. บันทึกการประชุม — ถ้ามีข้อกำหนดในข้อบังคับบริษัท ต้องทำบันทึกการประชุมผู้ถือหุ้นหรือกรรมการเพื่ออนุมัติการโอนหุ้น
  4. ชำระอากรแสตมป์ — ในอัตรา 0.1% ของราคาซื้อขายหุ้น (ขั้นต่ำ 1 บาท)
  5. อัปเดตทะเบียนผู้ถือหุ้น (Share Register Book) — บันทึกชื่อผู้ถือหุ้นใหม่ในทะเบียนภายในวันที่โอน
  6. ยื่นแจ้ง DBD — ส่งแบบ สบช.3 หรือ สบช.6 ภายใน 14 วันนับจากวันที่โอน

3. ภาษีและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง

ภาษีจากการโอนหุ้นแบ่งเป็น 2 กรณีหลักคือ:

  • บุคคลธรรมดา: เสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% จากส่วนต่างของราคาขายกับราคาทุน
  • นิติบุคคล: บันทึกเป็นรายได้จากการขายทรัพย์สินและเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามอัตรา 20%

หากผู้ขายเป็นต่างชาติ ต้องตรวจสอบสนธิสัญญาภาษีซ้อน (DTA) เพื่อป้องกันการเสียภาษีซ้ำซ้อนในประเทศต้นทาง อ่านเพิ่มเติมได้ที่ OECD Tax Reform และ Global Minimum Tax.

4. เอกสารที่ต้องใช้ในการโอนหุ้น

  • หนังสือรับรองบริษัท (Certificate of Incorporation)
  • บอจ.5 รายชื่อผู้ถือหุ้นล่าสุด
  • หนังสือโอนหุ้น (Share Transfer Deed)
  • สำเนาบัตรประชาชน/หนังสือเดินทางของผู้โอนและผู้รับโอน
  • หลักฐานการชำระค่าหุ้นและอากรแสตมป์
  • บันทึกการประชุมผู้ถือหุ้น (ถ้ามี)

5. การโอนหุ้นพร้อมเปลี่ยนกรรมการหรือผู้บริหาร

หากการโอนหุ้นส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงกรรมการหรืออำนาจลงนาม ควรแจ้ง DBD ในคราวเดียวกัน เพื่อหลีกเลี่ยงความซ้ำซ้อนในการยื่นเอกสาร ดูขั้นตอนเพิ่มเติมได้ที่ การเปลี่ยนกรรมการและผู้ถือหุ้นอย่างถูกต้องตามกฎหมาย.

6. วีซ่าและใบอนุญาตทำงานของผู้ถือหุ้นต่างชาติ

เมื่อผู้ถือหุ้นต่างชาติได้รับหุ้นแล้ว หากต้องการเข้ามาบริหารงานในไทย จำเป็นต้องมีใบอนุญาตทำงานและวีซ่าที่ถูกต้อง. สามารถดูรายละเอียดได้ที่ ชนิดของวีซ่าทำงานในประเทศไทย และ บริการขอใบอนุญาตทำงานโดย The Worker.

7. เหตุผลที่ควรใช้บริการของ Bookkeeping Company

  • ทีมบัญชีและกฎหมายทำงานร่วมกันครบวงจร
  • เอกสารครบทั้งภาษาไทยและอังกฤษ รองรับการยื่น DBD และตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชี
  • ช่วยประเมินผลกระทบทางภาษีล่วงหน้า
  • ให้คำปรึกษาโครงสร้างผู้ถือหุ้นระหว่างประเทศ (Cross-border Ownership)
  • เชื่อมต่อบริการกับ การจัดทำบัญชีและงบการเงินประจำปี เพื่อความสอดคล้องในระบบภาษี

อ่านต่อบทความอื่นที่เกี่ยวข้อง

คำถามพบบ่อย: โอนหุ้นให้ต่างชาติ

1) ต่างชาติถือหุ้นในบริษัทไทยได้กี่เปอร์เซ็นต์?

โดยทั่วไปไม่เกิน 49% หากไม่มีใบอนุญาตหรือสิทธิยกเว้น (เช่น BOI). หากถือเกิน 50% บริษัทอาจเข้าข่าย “ต่างด้าว” ต้องพิจารณา FBL/ข้อยกเว้นตามกฎหมาย.

2) ต้องแจ้ง DBD ภายในกี่วันหลังโอนหุ้น?

ให้แจ้งการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (แบบ สบช.3/สบช.6 ตามกรณี) ภายใน 14 วันนับจากวันที่โอน.

3) เอกสารหลักอะไรบ้างที่ต้องใช้?

หนังสือโอนหุ้น (ลงนามผู้โอน-ผู้รับโอน-พยาน), บันทึกการประชุม (ถ้าข้อบังคับกำหนด), บอจ.5 ล่าสุด, ทะเบียนผู้ถือหุ้น, หลักฐานชำระอากรแสตมป์ และเอกสารยืนยันตัวตน.

4) ภาษีที่เกี่ยวข้องกับผู้ขายหุ้นมีอะไร?

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (โดยทั่วไป 15% สำหรับบุคคลธรรมดาตามกฎหมายไทย) และภาษีกำไรจากการขายหุ้น (Capital Gain). กรณีผู้ขายเป็นต่างชาติให้ตรวจ DTA.

5) ใช้ผู้ถือหุ้นตัวแทน (Nominee) ได้หรือไม่?

ไม่ควรและมีความเสี่ยงผิดกฎหมายต่างด้าว อาจมีโทษปรับ/จำคุก ควรใช้โครงสร้างที่โปร่งใสและถูกต้อง.

6) ต้องชำระอากรแสตมป์เท่าไหร่?

ปกติ 0.1% ของมูลค่าซื้อขายหุ้น (ขั้นต่ำ 1 บาท) สำหรับหนังสือโอนหุ้น (ตรวจอัตรา/แนวปฏิบัติล่าสุดก่อนยื่น).

7) โอนหุ้นพร้อมเปลี่ยนกรรมการต้องทำอย่างไร?

เตรียมเอกสารแยกทั้งสองเรื่องและยื่นให้ต่อเนื่อง เพื่อลดช่องว่างทางอำนาจลงนามและเอกสารธนาคาร/คู่ค้า.

8) หลังต่างชาติถือหุ้นแล้ว จะทำงานในไทยต้องมีอะไรบ้าง?

ต้องมีวีซ่าประเภทที่เหมาะสมและใบอนุญาตทำงาน (Work Permit). แนะนำวางแผนพร้อมโครงสร้างผู้ถือหุ้นตั้งแต่ต้น.

9) ต้องปรับปรุงทะเบียนผู้ถือหุ้นเมื่อไหร่?

ให้บันทึกผู้ถือหุ้นใหม่ในทะเบียนผู้ถือหุ้น ณ วันที่โอน และเก็บรักษาพร้อมหลักฐานการชำระอากร.

10) มีกรณีที่ต่างชาติถือเกิน 49% ได้หรือไม่?

มี เช่น ได้รับส่งเสริมการลงทุน (BOI) หรือได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (FBL) ตามเงื่อนไขกฎหมาย.

Exchange rate
แหล่งที่มา: th.exchange-rates.org
Affiliated Company