
ในยุคที่ Creator, YouTuber, TikToker และผู้ประกอบการออนไลน์มีรายได้หลักล้านต่อปี คำถามสำคัญไม่ใช่แค่ “ต้องยื่นภาษีไหม” แต่คือ “โครงสร้างภาษีที่ใช้อยู่เหมาะสมหรือยัง”
เมื่อรายได้เพิ่มขึ้น ภาษีไม่ใช่เรื่องการยื่นแบบอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของ “โครงสร้าง”
อินฟลูเอนเซอร์ต้องเสียภาษีอย่างไร?
รายได้จาก:
- โฆษณา (Ad Revenue)
- สปอนเซอร์และรีวิวสินค้า
- งานโชว์ตัว / อีเวนต์
- การขายสินค้าออนไลน์
- Affiliate และค่าคอมมิชชั่น
ล้วนเป็นเงินได้พึงประเมิน ต้องนำมารวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ปัญหาที่พบบ่อยในกลุ่มรายได้เกิน 1 ล้าน
- ใช้โครงสร้างบุคคลธรรมดาแม้รายได้สูง
- ไม่ประเมิน VAT เมื่อรายได้ใกล้ 1.8 ล้าน
- ไม่แยกรายได้ตามประเภทเงินได้
- หักค่าใช้จ่ายผิดวิธี
- ไม่มีระบบเอกสารรองรับ
ผลลัพธ์คือ:
- เสียภาษีมากเกินจำเป็น
- เสี่ยงถูกประเมินย้อนหลัง
ควรจด VAT เมื่อไหร่?
หากรายได้จากการขายสินค้า/ให้บริการถึง 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องพิจารณาจดทะเบียน VAT
แต่การจดหรือไม่จด ต้องวิเคราะห์โครงสร้างรายได้ก่อน
บุคคลธรรมดา vs บริษัทจำกัด
บุคคลธรรมดา
- อัตราก้าวหน้า 5–35%
- เหมาะกับรายได้ยังไม่สูงมาก
บริษัทจำกัด
- อัตราภาษีนิติบุคคล 15–20%
- เหมาะกับรายได้สูงและมีต้นทุนจริง
การเลือกผิดอาจทำให้เสียภาษีเกินหลักแสนบาทต่อปี
กลยุทธ์ที่ธุรกิจรายได้สูงควรทำ
✔ วิเคราะห์โครงสร้างรายได้ทุกช่องทาง
✔ เปรียบเทียบภาษี 2 ระบบ
✔ ประเมิน VAT อย่างรอบคอบ
✔ วางแผนก่อนปิดปีภาษี
สรุป
ธุรกิจรายได้สูงควรมี “โครงสร้างภาษี” ไม่ใช่แค่ “การยื่นแบบ”
การวางแผนก่อนรายได้โตเกินควบคุม คือการป้องกันความเสี่ยงที่ดีที่สุด



